เปรียบเทียบแบบเจาะลึก Garmin Vivoactive 3 กับ Garmin Forerunner 235 รุ่นมหาชนคนออกกำลังกาย

เปรียบเทียบแบบเจาะลึก Garmin Vivoactive 3 กับ Garmin Forerunner 235 รุ่นมหาชนคนออกกำลังกาย

ถึงเวลาแล้วที่จะมีรุ่นใหม่มาท้าชนกับ Garmin Forerunner 235 นั่นก็คือ Garmin Vivoactive 3 นั่นเอง ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้เป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มคนออกกำลังกายอย่างมาก ทางทีมงาน Tsmactive จึงนำมาเปรียบเทียบถึงความสามารถและรายละเอียดให้ได้ชมกัน

 

รุ่นไหนใหม่กว่ากัน ?

  • Garmin Active 3 : เปิดตัวเมื่อปลายปี 2017
  • Garmin Forerunner 235 : เปิดตัวเมื่อปี 2015

ระยะห่างเกือบ 2 ปี ที่ Forerunner 235 ได้ออกวางจำหน่าย คงยังเป็นรุ่นที่เรียกได้ว่าขายดีสุดของ Garmin ไปไหนมาไหนต้องเห็นคนใส่ 235 แน่นอน ด้วยคุณสมบัติและราคาที่ไม่มีรุ่นไหนของ Garmin มาล้มได้ จนปี 2017 ได้กำเนิด Garmin Active 3 มาเพื่อต่อยอดความสำเร็จจาก Forerunner 235 โดยเพิ่มลูกเล่นการใช้งานที่ทันสมัยมากขึ้น โหมดกีฬาเยอะขึ้น เรียกได้ว่าคนที่เคยเล็งๆ 235 ไว้ ต้องชอบ Active 3 อย่างแน่นอน  

 

 

หน้าจอ & การควบคุม

  • Garmin Active 3 : หน้าจอสีระบบสัมผัส (240 x 240 pixels)
  • Garmin Forerunner 235 : หน้าจอสี (215 x 180 pixels) พร้อมปุ่มกด 5 ปุ่ม

หน้าจอของ Garmin Active 3 เลือกใช้วัสดุกระจกคุณภาพสูง (Gorilla Glass 3) ให้ความคมชัดและสีสดกว่า Forerunner 235 ด้วยเทคโนโลยีใหม่ Chroma Display ที่มีอยู่ในรุ่นใหม่ๆของนาฬิกา Garmin ด้านการควบคุม โดย Active 3  ได้ทำการบ้านมาพอสวมควร ถึงจะเป็นระบบสัมผัสแต่ยังคงมีความเสถียรสูงในเรื่องการควบคุมขณะออกกำลังกาย ด้วยการควบคุมและเข้าถึงเมนูที่สะดวกรวดเร็วกว่า

 

 

รูปทรง

  • Garmin Active 3 : รูปทรงเรียบหรูเหมาะสมกับชีวิตประจำวันและออกกำลังกาย
  • Garmin Forerunner 235 : รูปทรงสปอร์ตทำให้เหมาะกับออกกำลังกายเพียงเท่านั้น

ตัวเรือน Garmin Active 3 ผลิตจากสแตนเลสที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานได้มากกว่า Forerunner 235 ซึ่งดีไซน์การออกแบบทั้ง 2 รุ่นได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน  Active 3 จึงเหมาะกับการใช้งานได้ทุกโอกาสกว่า Forerunner 235

 

 

การเปลี่ยนสาย

  • Garmin Active 3 : เปลี่ยนสายได้ง่ายกว่า โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์สำหรับเปลี่ยน
  • Garmin Forerunner 235 : เปลี่ยนสายได้ แต่ต้องใช้เครื่องสำหรับเปลี่ยนเท่านั้น

สำหรับนาฬิการุ่นใหม่ของ Garmin จะสามารถเปลี่ยนสายได้เองอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้ไขควงอีกต่อไป ซึ่งจุดนี้เอง Active 3 ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกและปรับเปลี่ยนสายได้ตามสไตล์มากยิ่งขึ้น

 

 

ระบบแจ้งเตือน

  • Garmin Active 3 : แจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนและโหมดออกกำลังกาย (สั่น)
  • Garmin Forerunner 235 : แจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนและโหมดออกกำลังกาย (สั่น/เสียง)

ยุคสมัยนี้ Smart notifications เป็นอีกคุณสมบัติที่สำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูการแจ้งเตือน เพราะเมื่อคุณเชื่อมต่อนาฬิกากับสมาร์ทโฟนด้วย Bluetooh ทุกอย่างของการแจ้งเตือน ไม่ว่าเป็นแอพต่างๆ เช่น Line, Facebook หรือ สายเรียกเข้า การแจ้งเตือนเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นที่หน้าจอนาฬิกาทันที ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลามองสมาร์ทโฟน ซึ่งจุดนี้ Active 3 จะแจ้งเตือนด้วยระบบสั่นและแสดงผลบนหน้าจอ ส่วน Forerunner 235 จะมีระบบแจ้งเตือนเสียงเพิ่มเข้ามาดัง ตี๊ดๆ นั่นเอง  

 

 

ปริมาณแบตเตอรี่

  • Garmin Active 3 : Smartwatch mode  7 วัน / GPS Mode 13 ชั่วโมง
  • Garmin Forerunner 235 : Smartwatch mode 8 วัน / GPS Mode 15 ชั่วโมง

ด้วยหน้าจอและคุณสมบัติใหม่ๆของ Garmin Active 3 ที่ล้ำหน้ากว่า Forerunner 235  จึงทำให้ Active 3 มีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยกว่าเพียงเล็กน้อย โดยปริมาณที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการประมาณในเวลาสูงสุด ซึ่งสำหรับการใช้งานจริงๆขึ้นอยู่กับการใช้งานที่ต่างรูปแบบของผู้ใช้งาน การชาร์จไฟของ Active 3 เป็นรูปแบบการขาร์จไฟใหม่ที่ไม่ต้องหนีบกับตัวเรือนอีกต่อไป  

 

 

เซนเซอร์เข็มทิศ & ความสูง

  • Garmin Active 3 : วัดความสูงจาก Barometric และ เข็มทิศ (Compass) แบบ Magnetic
  • Garmin Forerunner 235 : ไม่มี Barometric และเข็มทิศ (Compass) โดยใช้ GPS วัดความสูงแทน

คุณสมบัติเหล่านี้เป็นส่วนสำหรับในการติดตามกิจกรรมกลางแจ้งที่จะเข้ามาช่วยการติดตามที่เจาะลึกและได้ข้อมูลเส้นทางที่แม่นยำ ซึ่ง Garmin Active 3 ได้จัดเต็มทั้ง Barometric และ Compass เพื่อใช้งานร่วมกับโหมดกีฬาต่างๆได้เต็มประสิทธิภาพ เช่น วิ่ง, ปั่น และ กอล์ฟ  

 

 

เซนเซอร์อุปกรณ์เสริมที่ใช้งานร่วม

 

  • Garmin Active 3 : รองรับอุปกรณ์เสริมทั้ง Bluetooth Smart และ ANT+
  • Garmin Forerunner 235 : รองรับอุปกรณ์เสริมเฉพาะ ANT+ เท่านั้น

อุปกรณ์เสริมออกกำลังกายที่มีระบบเชื่อมต่อ ANT+ ณ ปัจจุบันเริ่มไม่เป็นที่นิยมกันแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อุปกรณ์เหล่านั้นจะเป็นของ Garmin ที่ถูกผลิตออกมานานแล้ว ซึ่งอุปกรณ์เสริมใหม่ๆของ Garmin และ แบรนด์อื่น ถูกพัฒนาเป็น Bluetooth Smart กันหมดแล้ว จึงทำให้ Garmin Active 3 สามารถรองรับอุปกรณ์ได้เยอะกว่า และ ใช้งานอุปกรณ์เสริมในอนาคตอย่าง สายคาดหน้าอกวัดชีพจร เซนเซอร์วัดรอบขา ได้ครบกว่า

 

 

รุ่นมีโหมดว่ายสระ/กอล์ฟ ?

  • Garmin Active 3 : มีโหมดว่ายน้ำสระเฉพาะ (กันน้ำ 50เมตร) / กอล์ฟ
  • Garmin Forerunner 235 : ไม่มีโหมดว่ายน้ำ / กอล์ฟ

จุดประสงค์หลักของ Forerunner 235 ที่ทาง Garmin ตั้งใจให้เป็นนาฬิกาเฉพาะทางวิ่ง โดยมีการปั่นเข้าเพิ่ม จึงทำให้โหมดกีฬาอื่นๆไม่หลากหลายเท่า Active 3 นั่นเอง ซึ่ง Garmin Active 3 เป็นนาฬิกาออกกำลังกายที่หลากหลายกว่า โหมดกีฬาครอบคลุมกว่า ที่ทำการเพิ่มกีฬายอดนิยมอย่าง ว่ายน้ำ, กอล์ฟ, ยกเวท และ ฟิตเนส ซึ่งโหมดเหล่านั้นจะมีการติดตามโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น ว่ายน้ำ จะมีการติดตามรอบ (lengths, distance, pace, stroke count/rate, calories) หรือ กอล์ฟ มีโหมดเฉพาะการตีกอล์ฟ (strokes, putts per round, greens and fairways hit)

 

 

โหมดวิ่ง ?

" ทั้ง 2 รุ่น ติดตามระยะทาง, ความเร็ว และ Pace ได้เหมือนกัน " แจ้งเตือนโซนได้นะ

 

ถ้าถามว่า Garmin Active 3 กับ Forerunner 235 แตกต่างกันเยอะไหมในเรื่องการวิ่ง ถ้าเปรียบเทียบมัดต่อมัดแล้ว ตอบเลยว่า..ไม่ได้มีการแตกต่างกันเยอะ จุดที่แตกต่างกันจริงๆคือ Race Predictor และ Recovery Advisor ซึ่งคุณสมบัตินี้ เป็นการประมาณเวลาและการแนะนำเวลาพักเพียงเท่านั้น โดยคุณสมบัติการวิ่งทั้ง 2 รุ่นแทบจะเหมือนกัน อย่างเช่น Auto Pause, Auto Lap, V02 max, Customizable alerts หรือ Auto scroll ยังใส่มาให้ครบ

  • Garmin Forerunner 235 : มี Race Predictor , Recovery Advisor และ Manual lap
  • Garmin Active 3 : ไม่มี

 

 

สถานะการฝึกซ้อม

Training Effect คือสเกลสำหรับค่าแอโรบิคและแอนแอโรบิค ที่สรุปผลหลังออกกำลังกายเพื่อนำไปพัฒนาความสามารถของระบบหัวใจ ซึ่งในคุณสมบัตินี้จะมีรุ่นนาฬิกาเฉพาะตระกูล Forerunner เท่านั้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติทางเลือกสำหรับการวิ่ง

  • Garmin Forerunner 235 : มี TrainingAffect(Aerobic)
  • Garmin Active 3 : ไม่มี TrainingAffect(Aerobic)

 

 

สรุปผล

  • Garmin Active 3 : เทคโนโลใหม่ล่าสุด รองรับกีฬาได้หลากหลายในราคาที่คุ้มค่า
  • Garmin Forerunner 235 : รองรับเฉพาะการวิ่ง, ปั่น โดยรวมยังเป็นรองกว่า Active 3 อยู่พอสมควร

จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 รุ่นนี้มีความสามารถและคุณสมบัติที่ครบถ้วน ถูกใจกลุ่มคนออกกำลังกายอย่างแน่นอน ถ้าต้องการกีฬา&กิจกรรมที่ครบครบจบในเรือนเดียวขอแนะนำ Active 3 ให้เป็นตัวเลือกแรกๆในการตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาออกกำลังกาย Garmin  

สงวนลิขสิทธิ์ © 2018 - 2022 เนื้อหานี้จัดทำขึ้นและเรียบเรียงโดย TSMACTIVE.COM ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ ดัดแปลง ก่อนได้รับอนุญาติ