ความเกี่ยวข้องระหว่าง .MP3 กับ Bluetooth (การเข้ารหัสสัญญาณเสียง)

Bluetooth คือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อต่อของอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ และใช้ รับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ฺ (Device) ไร้สาย ในรูปแบบคลื่นวิทยุความถี่ช่วง 2.4 GHz ในปัจจุบันนี้ การใช้งานเทคโนโลยีบลูทธเข้ามาบทบาทในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น เพื่อเข้ามาเพิ่มความอำนวยความสะดวกต่อการรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย อาทิเช่น การฟังเพลงจากหูฟังบลูทธกับสมาร์ทโฟน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เชื่อมต่อด้วย 3.5 mm อีกต่อไป ทั้งหมดนี้ช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม!

 


เวอร์ชั่นของ Bluetooth

  • Bluetooth 2.0 = 2.1 Mbps
  • Bluetooth 3.0+HS = 24 Mbps
  • Bluetooth 4.0 = 24 Mbps (ประหยัดแบตเตอรี่กว่า 3.0)
  • Bluetooth 4.1 = 24Mbps
  • Bluetooth 4.2 = 42Mbps
  • Bluetooth 5.0 (เร็วกว่า 4.0 ประมาณ์2 เท่า รองรับการเชื่อมต่อที่ไกลขึ้นรองรับได้ถึง 800 ฟุต)

 

 

MP3 (.mp3) คือไฟล์เสียงดิจิตอลที่เป็นที่นิยมหรือเป็นพื้นฐานของการถอดรหัสสัญญานเสียงดิจิตัลในอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งข้อดีคือสามารถบีดอัดข้อมูลใช้พื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่น้อยลดแต่อาจสูญเสียข้อมูลไปบางส่วนไป (Lossy) ซึ่งไฟล์ที่ได้ก็จะมี Bitrate (บิตเรต) ต่างกัน

 


ความเกี่ยวข้องระหว่าง MP3 กับ Bluetooth

 

หากเราฟังเพลงผ่าน Bluetooth เสียงเหล่านั้นจะถูกบีดอัดซ้ำอีกครั้ง ให้เป็น MP3 ไม่ว่าไฟล์ที่คุณกำลังเล่นนั้นจะเป็นไฟล์อะไรก็ตาม เพื่อให้เสียงสามารถส่งผ่านแบบไร้สายได้ มาตราฐานนี้เรียกว่า Subband Codec (รูปแบบการถอดรหัสเสียง SBC) จะมี Bitrate 328 kbps(สำหรับสเตอริโอ)


ต่อมาก็จะเป็นเรื่อง Latency (ดีเลย์) หรือความหน่วงเสียง ใช้หน่วยเป็น ms (1 millisecond = 1/1000 วินาที) เสียงที่เราได้ยินจะผ่าน Bluetooth กระบวนการดังนี้เปิดเพลง > แปลงเป็นรหัสเสียง(SBC) > ส่งขอมูลไร้สาย > ถอดรหัสเสียง > ได้ยินเสียง(ฟัง)

 

ซึ่งอาจมีความหน่วงถึงประมาณ 200 ms ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมากๆ โดยปกติหากใช้เสียงผ่านสายค่า Latency ไม่ถึง 10 ms
เป็นสาเหตุที่ทำให้เวลาดูหนัง ฟังเพลง คาราโอแกะ วีดีโอ ภาพที่เราเห็นไม่ตรงกับเสียงที่ได้ยิน

 


เกร็ดความรู้

  • รู้หรือไม่  ไฟล์ MP3 ทั่วไปมี บิตเรต 128 Kbps และ บิตเรต มีผลต่อคุณภาพเสียง
    ยิ่งบิตเรตสูง ยิ่งมีคุณภาพเสียงที่ดี
  • อาการดีเลย์ของ Bluetooth อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพการรองรับของอุปกรณ์ /เวอร์ชั่นของ Bluetooth / แอพที่ใช้ / สัญญาณรบกวนอื่นๆ
  • อุปกรณ์ที่มี Bluetooth เดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าจะประสิทธิภาพเท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับ Hardware ของอุปกรณ์ด้วย