Forerunner 745

 

สั่งซื้อ Forerunner 745 ทันที (ประกันศูนย์ไทย 1 ปี ) ฟรีของแถม!!

 

 

ถึงเวลาเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด Garmin Forerunner 745 ที่เดินทางถึง GEN ที่ 2 แล้ว หลังจากที่ Forerunner 735XT ไปถือกำเนิดขึ้นในปี 2016 และหลังจากนั้นแฟนๆ Garmin ก็รอคอยรุ่นใหม่ๆในตระกลู FR7XX แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ อยู่ๆได้มีการเปิดตัว Forerunner 645 ขึ้นมาในปี 2018 ซึ่งก็ได้รับความนิยมในกลุ่มที่เริ่มจะหันมาจริงจังด้านการวิ่งเช่นเดียวกัน

 

 

แต่ Forerunner 645 ตีตลาดส่วนใหญ่ได้แค่เพียงกลุ่มฝึกซ้อมวิ่งเพียงเท่านั้น สำหรับกลุ่มที่ต้องการซ้อมเพื่อลงแข่งไตรกีฬา สุดท้ายแล้วต้องหันไปมองรุ่นบนๆอย่าง Forerunner 9XX อยู่ดี ซึ่งจะแตกต่างกับ Forerunner 735XT ที่เสริมทัพด้วยฟังก์ชั่นโหมดไตรกีฬาเพิ่มเข้ามา ด้วยราคาที่ถูกน่าจับต้อง จึงทำให้การเปิดของ Garmin Forerunner 745 ในปี 2020 นี้ เป็นโอกาสอันดีสำหรับใครหลายๆคนที่เล็งนาฬิกา Garmin ไว้ ต้องหันกลับมาสนใจรุ่นนี้อย่างแน่นอน ด้วยฟังก์ชั่นที่ถือว่ามีความคุ้มค่าที่สุดในบรรดานาฬิกา Garmin 

 

 

ภาพรวม

Garmin Forerunner 745 มีให้เลือกถึง 4 สี ดำ,ขาว และ 2 สีใหม่ อย่าง Neo Tropic ในโทนเขียวมิ้นท์สดใส และ Magma Red ในแนวสีแดงส้มๆ ส่วนลักษณะของสายนาฬิกาเป็น Quick Release ในรูปแบบใหม่เฉพาะ

แบตเตอรี่พื้นฐานสูงสุด 6 วัน, โหมด GPS เปิดต่อเนื่องสูงสุด 14 ชั่วโมง และโหมด GPS + ฟังเพลงสูงสุด 6 ชั่วโมง

 

 

สำหรับเซ็นเซอร์ Optical บริเวณด้านหลัง Version 3 เหมือนกับ Foerunner 245 และ 945 นั้นเอง มาพร้อมการวัดระดับอัตราการเต้นของหัวใจ และ ไฟสีแดง Pulse Ox วัดออกซิเจนในเลือด (จริงๆฟังก์ชั่นนี้ใน Garmin มีมานานแล้ว ทางฝั่ง Apple Watch เพิ่งเริ่มมีฟังก์ชั่นนี้ใน Series 6)

 

 

มาในเรื่องระบบ GPS กันบ้าง ภายในได้มี Sony GPS chipset รุ่นใหม่ ที่รองรับดาวเทียม GLONASS & Galileo สำหรับติดตามกิจกรรมกลางแจ้งได้ในทุกๆสถานที่ ทั้งในป่า และสนามฝึกซ้อมกลางแจ้ง

 

 

ลักษณะของปุ่มการควบคุมในรูปแบบเดิม เพียงปรับ Layout ให้ทันสมัยขึ้น เมื่อเทียบกับ Forerunner 735XT รุ่นเดิม และสำหรับใครที่ถามหาระบบสัมผัสหน้าจอใน Forerunner ต้องบอกเลยว่าสัมผัสไม่ได้ ยังคงใช้ปุ่มกดล้วนๆ 

เรื่องขนาดของ Forerunner 745 ตัวเรือนมีความบาง แต่ขนาดใหญ่กว่า 245 เล็กน้อย ด้านคุณภาพวัสดุดูดีกว่า จับถือแล้วรู้ว่าแพง

 

 

Forerunner 745 มาวัดกับรุ่นพี่บ้าง จะเห็นได้ว่า Forerunner 945 มีบริเวณเนื้อที่หน้าจอแสดงผลกว้างกว่า จึงทำให้มีขนาดตัวเรือนที่ค่อนข้างใหญ่ และไม่เหมาะกับสาวๆออกกำลังกาย หรือคนที่ข้อมือเล็ก สำหรับคุณภาพวัสดุทั้งคู่มีความสูสีกัน สวมใส่แล้วมั่นใจ

 

 

Forerunner 745 แตกต่างกับรุ่นอื่นๆยังไง ?

Forerunner 45, Forerunner 245,Forerunner 645, Forerunner 745, Forerunner 945 ถ้านำมาเรียงกันแบบนี้ เพื่อนๆน่าจะเริ่มเห็นตัวเลขที่ไล่จากน้อยไปหามาก ซึ่งก็แสดงว่ารุ่นที่ตัวเลขจำนวนน้อยๆ อย่าง 45 เป็นรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุด และ 945 คือรุ่นที่ท็อปสุดของตระกูล Forerunner นั้นเอง

  • Forerunner 45 : (รุ่นเริ่มต้น) เน้นเบสิคในการวิ่ง และออกกำลังกาย
  • Forerunner 245 : (รุ่นเริ่มต้น - กลาง) สร้างพื้นฐานการวิ่งเพื่อฝึกซ้อม
  • Forerunner 645 : (รุ่นกลาง) เพื่อฝึกซ้อม แข่งขัน
  • Forerunner 745 : (รุ่นกลาง - ท็อป) ฝึกซ้อม แข่งขันถึงระดับไตรกีฬา
  • Forerunner 945 : (รุ่นท็อป) ระดับไตรกีฬา สเปคเทียบเท่ากับตระกูล Fenix ปรับเปรียบวัสดุให้บางเบา สวมใส่ได้ต่อเนื่อง

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกา Garmin ที่มีความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และได้ฟังก์ชั่นกลับมาที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ใช้งานได้ยาวๆไปจนถึงการแข่งขันที่จริงจัง ต้องมีรายชื่อของ Forerunner 745 ติดอยู่ในลิสอย่างแน่นอน

 

 

ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจใน Forerunner 745 

Daily Workout suggestion

เป็นครั้งแรกของฟังก์ชั่น "Daily Workout suggestion" ในนาฬิกา ที่เปิดตัวใน Forerunner 745 ก่อนใคร สำหรับฟังก์ชั่นนี้ สรุปสั้นๆเป็นแนะนำการออกกำลังกายในแต่ล่ะวันอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากภาวะของการซ้อมที่ผ่านมา เพื่อเป็นตัวกำหนดการซ้อมในแต่ล่ะวันให้ได้มีประสิทธิภาพที่สุด

 

 

Pulse Ox

Pulse Ox กลายเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานของนาฬิกา Garmin ยุคใหม่ๆไปแล้ว ที่ช่วยทำให้ผู้ใช้งานได้รับรู้ว่าร่างกายมีออกซิเจนในเลือดมากน้อยเพียงใด มีประโยชน์ทั้งในการออกกำลังกาย, ผจญภัย และสุขภาพ 

 

 

Stress Tracking และ Body Battery

เป็น 2 ฟังก์ชั่นที่คนรักสุขภาพต้องถามหา ทั้งติดตามระดับความเครียด (Stress Tracking) และตรวจวัดพลังงานคงเหลือ (Body Battery) อีกทั้งยังมีข้อดีสำหรับคนที่กำลังมองหาเกณฑ์สำหรับวัดฟอร์มก่อนฝึกซ้อมในแต่ล่ะวัน 

 

 

Sleep Tracking

ครบจบในตัวเรือนสำหรับฟังก์ชั่นติดตามการนอนหลับ (Sleep Tracking) สามารถแสดงผลของคุณภาพการนอน, ช่วงเวลา รวมไปถึงคะแนน รองการแสดงผลบนหน้าปัดได้ทันทีเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า

 

 

Sport Profile

โหมดออกกำลังกายใน Forerunner 745 มีให้เลือกใช้งานครบๆ ตั้งแต่ เทรล, ไตรกีฬา, วิ่ง, จักรยาน, ว่ายน้ำ, ฟิตเนสต่างๆ และกิจกรรม Outdoor อย่างปืนเขา

โหมดที่ตัดออกไปมีเพียงโหมดกอล์ฟเท่านั้น นอกนั้นยังมี Virtual Running ให้ใช้ฝึกซ้อมใน Zwift app

 

 

รองรับการวางแผนเส้นทางไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้เส้นทางตามที่กำหนด ป้องกันการพลัดหลง หรือใช้เส้นทางเพื่อตรงตามกติกาแข่งขัน อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่น Trendline ช่วยแนะนำเส้นทางยอดนิยมจากกลุ่มผู้ใช้งาน Garmin ในบริเวณนั้นๆ

ส่วนเรื่องแผนที่ ต้องบอกเลยว่า Forerunner 745 ไม่สามารถแสดงแผนที่สีเต็มรูป จึงเป็นข้อแตกต่างกับ Forerunner 945 ที่ชัดเจน 

 

 

โหมด Track Run เพิ่งเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ใน Forerunner 745 ก่อนใคร สำหรับติดตามการวิ่งในสนาม ด้วยระบบอัลกอริทึมตรวจจับแทร็กในสนาม เพื่อวัดประสิทธิภาพการวิ่งในแต่ล่ะ Lap 

 

 

Heat & Altitude Acclimation

Heat Acclimation เป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะกับไทยสำหรับการออกกำลังกาย หรือแข่งขันในสภาวะร้อน ด้วยการนำข้อมูลสภาวะแวดล้อม มาคำนวณร่วมกับผลการซ้อม เพื่อปรับตัว และรับมือกับความเหนื่อย ความล้าจากการเสียเหงื่อ 

Altitude Acclimation ประเมินผลการออกกำลังกายจากระดับความสูง ซึ่งจะเริ่มทำงานต่อเมื่ออยู่ในระดับความสูง 800-4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อรับข้อมูลสภาพอากาศ

และ Heat Acclimation & Altitude Acclimation เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งในการคำนวณค่า VO2Max ให้ออกมาได้มีความแม่นยำอีกด้วย

 

 

ClimbPro และ PacePro

ถูกใจสายวิ่งขึ้นเขาด้วยฟังก์ชั่น ClimbPro ช่วยให้เราสามารถจัดการพลังงานก่อนหมดกลางทาง ด้วยข้อมูลความลาดชั้นทั้งเส้นทาง ตามระยะทางของแผนเส้นทางที่วางไว้ และ PacePro จะช่วยการซ้อมวิ่งมีเป้าหมาย ด้วยการวางแผนคุมความเร็วตลอดเส้นทาง

 

 

Training

สำหรับเนื้อหาในด้าน "Training" ขอสรุปเป็นประโยชน์ที่ได้จากฟังก์ชั่นเน้นๆครับ

 

 

ภาวะฝึกซ้อม

Training Effect ผลลัพธ์หลังจากซ้อม ทั้งการใช้ออกซิเจนผลิตพลังงาน ถ้าอยู่ในช่วง 2-4.9 ถือว่ามีความฟิตในระดับที่ซ้อมหนักเพิ่มขึ้นได้

Training Status ช่วยทำให้เรารู้ว่าช่วงนั้น มีความฟิตน้อยลง เนื่องจากเราขาดซ้อมบ่อย หรือช่วงนั้นซ้อมหนักเกินไป ให้ลดความหนักลงมา และซ้อมกำลังดี สามารถเพิ่มความหนักขึ้นเพื่อพัฒนาต่อไปได้

 

 

Training Load ผลลัพธ์ของความหนัก/เบา ในช่วงฝึกซ้อมในรอบ 7 วันที่ ช่วยแจ้งให้ทราบว่า ซ้อมเบาเกินไป, กำลังดี และซ้อมหนักเกินไป

 

 

สรุป

Forerunner 745 อาจจะไม่ได้หวือหวากับฟังก์ชั่นที่ดูแปลกใหม่อะไร แต่ถ้ามองโดยรวมแล้วรุ่นนี้ก็เรียกว่าได้นำจุดเด่นของหลายๆรุ่นเข้ามาร่วมไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ทั้งขนาดและดีไซน์ที่เข้ามาเติมเต็มช่องวางให้กับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการนาฬิกาออกกำลังกายในรูปแบบเฉพาะทางอย่างแท้จริง

 

 

 

ข้อมูลจาก

dcrainmaker.com