ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่นอนหลับยากเพราะแสงลอด หรือรำคาญหน้ากากปิดตาแบบเดิมๆ ที่มักจะรัดหน้าจนเจ็บ วันนี้ผมหยิบเอาหน้ากากปิดตา 2 แบรนด์ดังที่คนพูดถึงเยอะที่สุดมาเล่าให้ฟัง ว่าแต่ละรุ่นเวลาใช้งานจริงมันเป็นยังไง และแบบไหนที่น่าจะเหมาะกับคุณ

 

 

 

Manta Sleep Mask (Classic)

ตัวนี้คือรุ่นแรกเริ่มที่ทำให้คนหันมาสนใจแบรนด์นี้ครับ จุดเด่นคือเขามี "ถ้วยรองตา" นุ่มๆ สองชิ้นที่แปะติดกับแถบคาดด้วยตีนตุ๊กแก ทำให้เราแกะออกมาขยับให้ตรงกับเบ้าตาเราได้เป๊ะๆ ใส่แล้วเหมือนเราอยู่ในห้องที่ปิดไฟมืดสนิทจริงๆ เพราะถ้วยมันจะครอบรอบดวงตาเราไว้ ข้อดีคือขนตาเราจะไม่ชนกับหน้ากากเลย ลืมตาข้างในได้อิสระค

  • ทำจากผ้าคอตตอนผสม ระบายอากาศได้ดีพอประมาณ
  • ปรับสายและตำแหน่งถ้วยรองตาได้ละเอียดมาก ราคาเป็นมิตรที่สุดในตระกูล
  • คนที่เพิ่งเริ่มใช้หน้ากากปิดตาและต้องการความมืดสนิท 100% ในราคาคุ้มค่า

 

ฟีลลิ่งการใช้งาน

ใส่แล้วเหมือนเราอยู่ในห้องที่ปิดไฟมืดสนิทจริงๆ ครับ เพราะถ้วยมันจะครอบรอบดวงตาเราไว้ ข้อดีคือขนตาเราจะไม่ชนกับหน้ากากเลย ลืมตาข้างในได้อิสระ แต่อาจจะรู้สึกว่าตัวหน้ากากมันแอบหนานิดหน่อยถ้าใครไม่ชิน

 

เหมาะกับใคร

คนที่เพิ่งเริ่มใช้หน้ากากปิดตาและต้องการความมืดสนิท 100% ในราคาคุ้มค่า

 

 

Manta PRO Sleep Mask

ตัวนี้พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นแรก โดยเน้นแก้ปัญหาเรื่องความร้อนครับ เขาเปลี่ยนไปใช้ผ้าตาข่ายที่มีรูระบายอากาศเยอะๆ ใส่แล้วจะรู้สึกโปร่งกว่ารุ่นแรกพอสมควร ลมแอร์ผ่านเข้าหน้าได้ดีกว่า และตัวถ้วยรองตาก็ออกแบบมาให้เอียงรับกับหมอนมากขึ้น ใครที่ชอบนอนตะแคง รุ่นนี้จะเบียดหมอนน้อยกว่ารุ่นแรกพอสมควร

 

  • ใช้ผ้าตาข่ายและวัสดุที่ระบายอากาศได้สูงสุด (Advanced Ventilation)
  • ถ้วยรองตาดีไซน์พิเศษที่ช่วยให้ลมผ่านได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะหน้า และสายรัดด้านหลังมีกันลื่น (C-Grip)

 

ฟีลลิ่งการใช้งาน

ใส่แล้วจะรู้สึกโปร่งกว่ารุ่นแรกพอสมควร ลมแอร์ผ่านเข้าหน้าได้ดีกว่า และตัวถ้วยรองตาก็ออกแบบมาให้เอียงรับกับหมอนมากขึ้น ใครที่ชอบนอนตะแคง รุ่นนี้จะเบียดหมอนน้อยกว่ารุ่นแรก

 

เหมาะกับใคร

คนที่เหงื่อออกง่าย หรือคนที่ชอบนอนตะแคงแล้วกลัวหน้ากากหลุด

 

 

WHOOP Adjustable Sleep Mask

ดีไซน์ของฝั่ง WHOOP จะต่างกับ Manta ชัดเจนครับ คือเขาจะไม่มีถ้วยรองตาปูดออกมา แต่จะเป็นทรงแบนๆ ที่ดูเรียบคลีนกว่า เนื้อผ้าเขาเนียนละเอียดมาก ใส่แล้วมันจะแนบไปกับผิวหน้าเลย ความรู้สึกเหมือนเราใส่เสื้อผ้าดีๆ บนหน้า แม้จะกันแสงได้ไม่ถึง 100% เท่า Manta แต่ความเบาและไม่เทอะทะคือจุดแข็งของตัวนี้

  • เนื้อผ้าเนียนละเอียด ให้ลุคสปอร์ตและพรีเมียม
  • ปรับสายได้ง่าย และมีการออกแบบช่วงจมูกให้รับกับใบหน้าเพื่อป้องกันแสงลอด

 

ฟีลลิ่งการใช้งาน

ให้ความรู้สึกบาง เบา ไม่เทอะทะ เหมาะกับพกพา หรือใช้งีบระหว่างวัน แต่ความสบายอาจน้อยกว่ารุ่นที่ออกแบบมาสำหรับนอนยาวๆ

 

เหมาะกับใคร

คนที่ชอบหน้ากากแบบแบนเรียบ (Traditional Style) แต่ต้องการวัสดุที่ดีกว่าหน้ากากทั่วไปตามท้องตลาด

 

 

WHOOP Restorative Sleep Mask

ตัวนี้คือรุ่นอัปเกรดที่ทรงจะโค้งรับกับใบหน้ามากขึ้น เพื่อช่วยปิดช่องว่างตรงช่วงจมูก ฟีลจะกึ่งกลางระหว่าง Manta กับ WHOOP รุ่นปกติ ทำให้มืดสนิทโดยใช้ทรงโค้ง 3D ช่วย แต่ยังรักษาความเบาและผ้าที่นุ่มละเอียดไว้ ใส่แล้วจะรู้สึกนิ่งและกระชับหน้า

  • ใช้วัสดุที่มีโครงสร้าง 3 มิติ (3D Molded) เพื่อไม่ให้กดทับเปลือกตา
  • เน้นน้ำหนักที่เบาหวิวและการกระจายแรงกดที่ดีเยี่ยม ดีไซน์จะดูโฉบเฉี่ยวและ "แนบสนิท" ไปกับรูปหน้ามากกว่า Manta

 

ฟีลลิ่งการใช้งาน

ฟีลจะกึ่งกลางระหว่าง Manta กับ WHOOP รุ่นปกติครับ คือพยายามทำให้มืดสนิทเหมือน Manta (โดยใช้ทรงโค้ง 3D ช่วย) แต่ยังรักษาความเบาและผ้าที่นุ่มละเอียดตามแบบฉบับของ WHOOP ไว้ ใส่แล้วจะรู้สึกนิ่งและกระชับหน้ามาก

 

เหมาะกับใคร

สาย Performance หรือนักกีฬาที่ต้องการการพักผ่อนที่มีคุณภาพสูงสุด โดยไม่รู้สึกรำคาญว่ามีอะไรหนักๆ อยู่บนหน้า

 

 

สรุปเลือกตัวไหนดี?

ถ้าถามว่าควรซื้อรุ่นไหน แนะนำให้ย้อนกลับมาดู "นิสัยการนอน" ของตัวเองเป็นหลัก เพราะหน้ากากที่ดีที่สุดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองเช็คดูว่าปัญหากวนใจที่สุดตอนที่คุณเอนตัวลงนอนคืออะไร บางคนอาจจะแค่ต้องการความมืดที่สนิทจนไม่เห็นแม้แต่เงาแสงรำไร บางคนขี้ร้อนจนทนสัมผัสผ้าที่หนาเกินไปไม่ได้ หรือบางคนอาจจะแค่ต้องการอะไรที่เบาจนแทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรวางอยู่บนหน้า การเลือกหน้ากากปิดตาที่ใช่จริงๆ จึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่มันคือการหาสมดุลระหว่าง "ความสบายของเนื้อผ้า" กับ "สรีระใบหน้า" ที่พอดีกับตัวเราที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว อุปกรณ์ที่ดีคืออุปกรณ์ที่ใส่แล้วเราต้องลืมไปเลยว่ากำลังใส่มันอยู่ เพื่อให้ร่างกายได้เข้าสู่โหมดพักผ่อนและหลับลึกได้ยาวๆ ตลอดคืนค