Garmin Forerunner 745 เป็นนาฬิกาเจาะกลุ่มผู้ใช้งาน Performance และคนที่ต้องการอัพเวลให้กับการฝึกซ้อม หรือหานาฬิกาไว้สำหรับฝึกซ้อมสักเรือน เพื่อเตรียมลงแข่งขัน โดยไม่ต้องขยับไปถึงนาฬิกาในตระกูล Fenix Series และรองรับผู้ใช้งานตั้งแต่มือใหม่จนถึงนักกีฬา ใช้งานได้ยาวๆ 5 ปีขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

Forerunner 745

จุดเด่นของ Forerunner 745

  • น้ำหนักเบาเพียง 47 กรัม สวมใส่ได้ต่อเนื่องขณะออกกำลังกาย และในชีวิตประจำวัน 
  • Daily Suggested Workouts แนะนำการฝึกซ้อมวิ่ง, ปั่นจักรยาน ในแต่ล่ะวัน ตามการฝึกซ้อม (Training Load) และ สถานะการฝึกซ้อม (Training Status) เพื่อเหมาะสมต่อสมรรถณะกับการฝึกซ้อม
  • โหมด ไตรกีฬา ที่รวมกีฬา วิ่ง,ปั่น,ว่ายน้ำ เข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อรวดเร็วต่อการฝึกซ้อมและแข่งขัน พร้อมทั้งหมดโหมดออกกำลังกายกลางแจ้งและฟิตเนสอีกมากมาย
  • Recovery Advisor แนะนำช่วงเวลาการพักฟื้นหลังจากฝึกซ้อม เพื่อพักผ่อนและเตรียมพร้อมฝึกซ้อมในครั้งต่อไปได้เต็มประสิทธิภาพ
  • วัดชีพจรที่ข้อมือตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจ รองรับการวัดชีพจรแม่อยู่ในน้ำ และ Pulse OX วัดออกซิเจนในเลือด
  • รองรับการติดตามการวิ่งขั้นสูง ด้วย Running Dynamics เพื่อวิเคราะห์ปรับปรุงฟอร์มการวิ่งด้วยค่า Ground Contact Time และค่าต่างๆกว่า 6 ชนิด
  • วัดฟอร์มฝึกซ้อมด้วยค่าความฟิต VO2max เพื่อบ่งชี้สมรรภาพ
  • เพิ่ม Performance ให้กับการวิ่ง ด้วยการติดตามเพซ, อัตราการเต้นของหัวใจ แบบเรียลไทม์ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและเห็นแนวโน้มได้ชัดเจน
  • Training Status ประเมินการฝึกซ้อมที่ผ่านมา เพื่อบ่งบอกประสิทธิภาพของการฝึกซ้อม อยู่ในช่วงพีค หรือฝึกซ้อมหนักเกินไป
  • Training Load ระดับความเหมาะสมของการฝึกซ้อม จากสถิติซ้อม 7 วัน
  • Training Effect ผลการฝึกซ้อมในรูปแบบ Endurance, Speed, Power โดยใช้ค่า Aerobic และ Anaerobic
  • ระบบ GPS, GLONASS, Galileo ติดตามเส้นทางกลางแจ้ง, ระยะทาง และตำแหน่งได้แม่นยำ
  • ซิงค์เพลงจากบริการสตรียมมิ่ง Spotify แบบพรีเมี่ยมมาไว้ที่นาฬิกา และจัดเก็บได้เพลงได้ถึง 500 เพลง
  • ติดตามกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ครับ เช่น Body Battery, All-Day Stress, Sleep Tracking, ติดตามรอบเดือนสำหรับสุภาพสตรี

 

 

แตกต่างกันอย่างไร ?

Forerunner 245, Forerunner 745, Forerunner 945 ถ้านำมาเรียงกันแบบนี้ เพื่อนๆน่าจะเริ่มเห็นตัวเลขที่ไล่จากน้อยไปหามาก ซึ่งก็แสดงว่ารุ่นที่ตัวเลขจำนวนน้อยๆ อย่าง 45 เป็นรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุด และ 945 คือรุ่นที่ท็อปสุดของตระกูล Forerunner นั้นเอง

  • Forerunner 45 : (รุ่นเริ่มต้น) เน้นเบสิคในการวิ่ง และออกกำลังกาย
  • Forerunner 245 : (รุ่นเริ่มต้น - กลาง) สร้างพื้นฐานการวิ่งเพื่อฝึกซ้อม
  • Forerunner 645 : (รุ่นกลาง) เพื่อฝึกซ้อม แข่งขัน
  • Forerunner 745 : (รุ่นกลาง - ท็อป) ฝึกซ้อม แข่งขันถึงระดับไตรกีฬา
  • Forerunner 945 : (รุ่นท็อป) ระดับไตรกีฬา สเปคเทียบเท่ากับตระกูล Fenix ปรับเปรียบวัสดุให้บางเบา สวมใส่ได้ต่อเนื่อง

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกา Garmin ที่มีความคุ้มกับเงินที่จ่ายไป และได้ฟังก์ชั่นกลับมาที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ใช้งานได้ยาวๆไปจนถึงการแข่งขันที่จริงจัง Forerunner 745 เป็นตัวเลือกที่ดีสุด

 

 

ดีไซน์

มาพร้อม 5 ปุ่มการควบคุมเหมือนกันทั้งหมด และสำหรับใครที่ถามหาระบบสัมผัสหน้าจอใน Forerunner ต้องบอกเลยว่าสัมผัสไม่ได้ ยังคงใช้ปุ่มกดล้วนๆ

เรื่องขนาดของ Forerunner 745 ตัวเรือนมีความบาง แต่ขนาดใหญ่กว่า 245 เล็กน้อย ด้านคุณภาพวัสดุดูดีกว่า จับถือแล้วรู้ว่าแพงพอๆกับ Forerunner 945 

 

 

Forerunner 745 เปรียบเทียบกับ Forerunner 945 จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า โดยมีบริเวณเนื้อที่หน้าจอแสดงผลกว้างกว่า จึงทำให้มีขนาดตัวเรือนที่ค่อนข้างใหญ่ และไม่เหมาะกับสาวๆออกกำลังกาย หรือคนที่ข้อมือเล็ก 

 

 

โดยรวมแล้วดีไซน์ทั้ง 3 รุ่น ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ถ้าถามในเรื่องความลงตัวที่สุด ก็ต้องยกให้กับ Forerunner 745 ที่มีขนาดและวัสดุที่เป็นมาตรฐานที่สุด

 

 

ขนาด

ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 47 กรัม ของ Forerunner 745 อยู่ในเกรณ์ที่เหมาะสมกับการสวมใส่แบบต่อเนื่องออกกำลังกาย และแข่งขันแบบต่อเนื่อง ไม่ทำให้อยู่รู้สึกเมื่อยล้า เสมือนเป็นส่วนนึ่งของร่างกาย ขนาดโดยรวมถือว่าไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป

 

 

Forerunner 745 เหมาะกับคนที่ข้อมือเล็กไปจนถึงข้อมือปกติ แต่สำหรับคนที่ข้อมือใหญ่ๆหากต้องการใส่แล้วดูลงตัว ต้องไปอัพไปถึงรุ่น Forerunner 945 ด้วยขนาดหน้าปัดที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด จึงรองรับการสวมใส่ที่สวยงาม และฟังก์ชั่นที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

 

เซ็นเซอร์

ถ้าถามถึงเรื่องเซ็นเซอร์ต่างๆใน Forerunner 745 จัดว่ามีครบถ้วนไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง Forerunner 945 อย่างเช่น วัดชีพจรที่ข้อมือตลอด 24 ชั่วโมง ระบบแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจ รองรับการวัดชีพจรแม่อยู่ในน้ำได้ และ Pulse OX วัดออกซิเจนในเลือด ทั้งในเรื่องสุขภาพ, การผจญภัย และการแข่งขัน

 

 

เรื่องคุณภาพเซ็นเซอร์วัดชีพจร ทั้ง 3 รุ่นใช้ระบบเซ็นเซอร์ Garmin ELEVATE optical HR sensor ในเวอร์ชั่น 3 เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งจะมีเฉพาะ Forerunner 245 ที่ถูกตัดเซ็นเซอร์เสริมออกไป อย่างเช่น Baro, Thermo และ Gyro สำหรับการวัดความสูง, วัดอุณหภูมิ และ วัดการหมุน ออกไป 

จริงๆแล้วทั้ง 3 รุ่นนั้นมีโหมดออกกำลังกายพื้นฐานมาให้ใช้ครบ ไม่ต้องกังวัลว่าจะไม่มีโหมดให้เราใช้งาน อย่างเช่น วิ่ง, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, ลู่วิ่ง หรือการออกกำลังกายในฟิตเนส แต่สำหรับใครที่กำลังตามหาโหมดกีฬาทางเลือกอย่าง ฟุตบอล, แบดมินตัน หรือตะกร้อ สามารถใช้โหมดอื่นๆทดแทนได้ อย่างเช่น ใช้งานในโหมดคาร์ดิโอแทน หรือสร้างชื่อโหมดใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้งานกับกิจกรรมเหล่านั้น เพราะโหมดกีฬาทางเลือกที่กล่าวมา เป็นเพื่อชื่อกิจกรรมกีฬาที่เรากำหนดขึ้นเพื่อจะได้จดจำว่าเคยออกกำลังกายชนิดนั้นมาแล้วเท่านั้น โดยเหมือนกับการติดตามเฉพาะในโหมดกีฬา วิ่ง, จักรยาน และว่ายน้ำ ที่ต้องอาศัยการแสดงผลข้อมูลติดตามแบบละเอียด 

 

 

ฟังเพลง

เฉพาะใน Forerunner 245 ที่ไม่ใช่รุ่นมิวสิคเท่านั้น ที่ไม่มีฟังก์ชั่นเพลง นอกนั้นสามารถโอนเพลงอย่างไฟล์เพลง .MP3 มาเก็บไว้บนนาฬิกาได้ด้วยคอมพิวเตอร์ ถ้านึกไม่ออกว่าโอนเพลงยังไง อย่างในวิธีง่ายๆก็เหมือนว่าเราลากไฟล์ลง Flash Drive นั้นเอง

 

 

หมดข้อสงสัยว่าการฟังเพลงด้วยนาฬิกา ต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วยไหม? ถ้าคุณมั่นใจว่าโอนเพลงมาเก็บไว้นาฬิกาแล้ว ก็ไม่ต้องสมาร์ทโฟนให้เกะกะอีกต่อไป เพียงเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธคู่ใจกับนาฬิกา ก็พร้อมฟังเพลงและควบคุมได้ทันที 

ส่วน Spotify คุณต้องสมัครสมาชิกแบบพรีเมี่ยมก่อนเท่านั้น นั้นก็แสดงว่าต้องเสียค่าสมาชิก ซึ่งก็เป็นวิธีฟังเพลงที่แนะนำ เพราะมีเพลงอัพเดทใหม่ตลอด และหาเพลงที่อยากจะฟังง่ายกว่า หลักการใช้งาน Spotify กับนาฬิกาที่จะแนะนำ ให้คุณจัดเพลงลงใน Playlist ที่อยากฟังไว้บนสมาร์ทโฟนก่อน แล้วมาเชื่อมบัญชี Spotify กับนาฬิกา เพื่อโอนถ่ายเพลงด้วย Wifi ภายในหลัง เพื่อนำ Playlist มาฟังบนนาฬิกาโดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนเช่นเดียวกัน

 

 

และ Garmin Pay ถ้าคุณมีบัตรเครดิตอยู่แล้วแต่ไม่อยากพกไปด้วยตอนออกกำลังกาย เพียงเชื่อมต่อบัตรเครดิตกับ Forerunner 745 ผ่าน Garmin Connect app เพื่อใช้งานชำระเงินในรูปแบบ NFC กับเครื่องชำระเงิน โดยมีระบบรักษาความปลอดภัย ที่ต้องใส่รหัส PIN ที่ตั้งขึ้นมาเองทุกครั้ง ก่อนใช้งาน

 

 

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่พื้นฐานสูงสุด 6 วัน, โหมด GPS เปิดต่อเนื่องสูงสุด 16  ชั่วโมง และโหมด GPS + ฟังเพลงสูงสุด 6 ชั่วโมง

ถ้าคุณไม่ได้ฝึกซ้อม หรือแข่งขันตลอดต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงแบบไม่พักเลย เรื่องแบตเตอรี่ของ Forerunner 745 ไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะระยะเวลาที่นำมาอ้างอิงนี้เป็นการเปิดโหมดออกกำลังกาย GPS แบบต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่าง ถ้าคุณออกกำลังกายวันล่ะ 2 ชั่วโมง สามารถใช้ Forerunner 745 ได้สูงสุด 8 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ล่ะคนด้วย

 

 

สุขภาพ

Pulse Ox กลายเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานของนาฬิกา Garmin ยุคใหม่ๆไปแล้ว ที่ช่วยทำให้ผู้ใช้งานได้รับรู้ว่าร่างกายมีออกซิเจนในเลือดมากน้อยเพียงใด มีประโยชน์ทั้งในการออกกำลังกาย, ผจญภัย และสุขภาพ 

 

 

Stress Tracking และ Body Battery

เป็น 2 ฟังก์ชั่นที่คนรักสุขภาพต้องถามหา ทั้งติดตามระดับความเครียด (Stress Tracking) และตรวจวัดพลังงานคงเหลือ (Body Battery) อีกทั้งยังมีข้อดีสำหรับคนที่กำลังมองหาเกณฑ์สำหรับวัดฟอร์มก่อนฝึกซ้อมในแต่ล่ะวัน 

 

 

Sleep Tracking

ครบจบในตัวเรือนสำหรับฟังก์ชั่นติดตามการนอนหลับ (Sleep Tracking) สามารถแสดงผลของคุณภาพการนอน, ช่วงเวลา รวมไปถึงคะแนน รองการแสดงผลบนหน้าปัดได้ทันทีเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า

 

สำหรับเรื่องการติดตามสุขภาพ Forerunner 745 ไม่มีอะไรให้ต้องติ เพราะมีครบทุกอย่างเท่าที่เทคโนโลยีของการ Garmin จะรองรับแล้ว อยากได้ข้อมูลสุขภาพแบบไหนมีให้ครบ

 

 

โหมดออกกำลังกาย

โหมดออกกำลังกายใน Forerunner 745 มีให้เลือกใช้งานครบๆ ตั้งแต่ เทรล, ไตรกีฬา, วิ่ง, จักรยาน, ว่ายน้ำ, ฟิตเนสต่างๆ และกิจกรรม Outdoor อย่างปืนเขา นอกนั้นยังมี Virtual Running ให้ใช้ฝึกซ้อมใน Zwift app

 

สรุปง่ายๆ ถ้าคุณเป็นคนที่อยากออกกำลังกาย สนใจเรื่องการฝึกซ้อมวิ่ง หรือจักรยาน เลือกใช้งาน Forerunner 245 ถือว่าใช้งานได้เหมาะสม แต่ถ้าคุณซีเรียสในเรื่องมัลติสปอร์ต ที่ต้องการฝึกซ้อม หรือแข่งขัน หลากหลายกิจรรมพร้อมๆกัน ต้องยกให้กับ Forerunner 745 เนื่องด้วยมีโหมดมัลติสปอร์ต ที่จะสามารถให้คุณเป็นผู้กำหนดจำนวนโหมดกีฬาได้เองว่าต้องการใช้งานโหมดกีฬาอะไรบ้างภายในโหมดเดียว

 

อย่างเช่น ต้องการติดตามวิ่งและปั่นจักรนยานภายในครั้งเดียว

  • ถ้าเป็น Forerunner 245 คุณต้องเข้าโหมดนั้นๆอย่างเดียวเท่านั้น
  • แต่ถ้ามาใช้ Forerunner 745 ก่อนออกกำลังกาย เพียงเข้าโหมดมัลติสปอร์ต แล้วดึงโหมดต่างๆที่ต้องการฝึกซ้อม ดึงเข้ามารวมกันโดยเรียงลำดับกิจกรรมตามโปรแกรม

 

 

"ไตรกีฬา" โหมดนี้มีความใกล้เคียงกับโหมดมัลติสปอร์ต ซึ่งไตรกีฬาเป็นโหมดกีฬาในระดับการแข่ง และฝึกซ้อม ที่ทาง Garmin เป็นผู้กำหนดมาให้เราใช้งานได้ทันที สำหรับที่คนสงสัยโหมดนี้สำคัญอย่างไร ต้องบอกว่าโหมดนี้ถือว่าเป็นจุดขายให้กับ Forerunner 745 เพื่อตอบโจทย์คนรักในการแข่งขัน ชอบกีฬา วิ่ง, จักรยาน และว่ายน้ำ ลงงานแข่งไตรกีฬาในด้วยโหมดนี้เพียงโหมดเดียวเท่านั้น

 

 

Track Run

Track Run เป็นโหมดใหม่ล่าสุด ที่ประเดิมอยู่ใน Forerunner 745 ก่อนรุ่นอื่นๆ โหมดมีความสำคัญต่อผู้ที่ชอบซ้อมวิ่งในสนามเท่านั้น เพื่อตรวจเลนวิ่งในสนามด้วยระบบตรวจจับแบบโดยเฉพาะ ที่ช่วยวัดผลวิเคราะห์แบบรอบต่อรอบ ทำให้เห็นประสิทธิภาพในทุกๆ Lap ทั้งข้อมูล ระยะทาง, Avg Pace, Avg HR เห็นแนวโน้มได้ชัดเจนกว่าการติดตามภาพรวมทั้งหมด

 

 

นอกจากนี้สามาถย้อนดูผลการวิ่งในรอบได้มีประสิทธิมากขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงหาช่วงที่ต้องพัฒนา ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นตอบโจทย์คนที่กำลังฝึกซ้อมเก็บตัวอย่างมาก

 

 

คำแนะนำออกกำลังกาย

Daily Workout Suggestions เป็นอีกหนึ่งฟีจเจอร์ใหม่ ที่มาพร้อมกับ Forerunner 745  เช่นเดียวกัน ที่จะช่วยชี้แนะการฝึกซ้อมวิ่ง หรือจักรยานให้อย่างเหมาะสม ด้วยข้อมูลความหนักเบาของการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ช่วยให้ปรับโปรแกรมการฝึกได้ถูกจุด

 

 

Forerunner 745 จะไม่สามารถแสดงเส้นทางสีเต็มรูปแบบ ที่มีเฉพาะใน Forerunner 945 เท่านั้น แต่ยังคงรอบรับการแสดงผลของคอสเส้นทางที่เราวางแผนไว้ล่วงหน้า สำหรับการแข่งขัน หรือฝึกซ้อมในที่แปลกใหม่ 

อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่น Trendline ช่วยแนะนำเส้นทางยอดนิยมจากกลุ่มผู้ใช้งาน Garmin ในบริเวณนั้นๆ เหมือนกับการวิ่งแบบคนท้องถิ่นนั้นเอง

 

 

Heat & Altitude Acclimation

Heat Acclimation เป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะกับไทยสำหรับการออกกำลังกาย หรือแข่งขันในสภาวะร้อน ด้วยการนำข้อมูลสภาวะแวดล้อม มาคำนวณร่วมกับผลการซ้อม เพื่อปรับตัว และรับมือกับความเหนื่อย ความล้าจากการเสียเหงื่อ 

Altitude Acclimation ประเมินผลการออกกำลังกายจากระดับความสูง ซึ่งจะเริ่มทำงานต่อเมื่ออยู่ในระดับความสูง 800-4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อรับข้อมูลสภาพอากาศ

และ Heat Acclimation & Altitude Acclimation เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งในการคำนวณค่า VO2Max ให้ออกมาได้มีความแม่นยำอีกด้วย

 

 

สถานะการฝึกซ้อม

สำหรับคนที่ต้องการใช้งาน  Forerunner 745 เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นหลักสำคัญต่อคนที่กำลังหาแนวทางเพื่อพัฒนาในเรื่องฝึกซ้อม เพื่อนำมาเป็นเกรณ์ชี้วัดประสิทธิภาพกับการฝึกซ้อมที่ผ่าน

 

 

ตัวอย่างข้อมูลที่ได้จากการติดตามของ Forerunner 745 ซึ่งรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Running Dynamic Pod ที่จะช่วยได้ข้อมูลการวิ่งแบบเชิงลึก

 

 

3 ฟังก์ชั่นที่มีเหมือนกัน

  • Training Status ผลวิเคราะห์เชิงลึกถึงการฝึกซ้อม ช่วยทำให้เรารู้ว่าช่วงนั้นระดับความฟิตของร่าง เพื่อพร้อมพัฒนาต่อไป และเพื่อความความหนักให้กับการฝึกซ้อม
  • Training Load ติดตามระดับฝึกซ้อม แสดงให้เห็นถึงความหนัก/เบา ของการฝึกซ้อมที่ผ่านมา เผื่อไม่ซ้อมหนักจนหักโหมเกินไป หรือออกกำลังกายต่ำกว่าระดับเกรณ์
  • Training Effect (Anaerobic & Aerobic) วัดผลการฝึกซ้อมรูปแบบ แอโรบิค และแอนแอโรบิค เพื่อสร้างสมดุลให้กับการออกกำลังกาย

 

 

และอีก 2 ฟังก์ชั่นที่มีเฉพาะใน Forerunner 745 และ Forerunner 945 เท่านั้น

  • Training load focus วัดสถิติการออกกำลังกายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับช่วงที่เหมาะสมที่สุด
  • Lactate threshold ช่วยทำควบคุมการฝึกซ้อมให้ตรงเป้าหมาย อย่างเช่น การฝึกซ้อมวิ่งโดยใช้ค่า Lactate Threshold เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการฝึกเพื่อทำให้รู้ขีดถึงจำกัดของการแข่งขัน

 

 

ClimbPro และ PacePro

ถูกใจสายวิ่งขึ้นเขาด้วยฟังก์ชั่น ClimbPro ช่วยให้เราสามารถจัดการพลังงานก่อนหมดกลางทาง ด้วยข้อมูลความลาดชั้นทั้งเส้นทาง ตามระยะทางของแผนเส้นทางที่วางไว้ และ PacePro จะช่วยการซ้อมวิ่งมีเป้าหมาย ด้วยการวางแผนคุมความเร็วตลอดเส้นทาง

 

 

รองรับอุปกรณ์เสริม

Forerunner 745 สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ได้ทั้งระบบ Bluetooth และ ANT+ โดยรองอุปกรณ์ต่างๆได้หลากหลาย และครบถ้วน เช่น สายคาดอก HRM-TRI หรือ HRM-SWIM ที่ทาง Garmin ให้ใช้งานได้เฉพาะนาฬิการุ่นสูงๆ

 

 

สรุป

Garmin Forerunner 745 มีให้เลือกถึง 4 สี ดำ,ขาว และ 2 สีใหม่ อย่าง Neo Tropic ในโทนเขียวมิ้นท์สดใส และ Magma Red ในแนวสีแดงส้มๆ ส่วนลักษณะของสายนาฬิกาเป็น Quick Release ในรูปแบบใหม่เฉพาะ ที่ต้องอาศัยเครื่องมือในการเปลี่ยนสาย 

 

เรียกได้ว่า Forerunner 745 ได้เดินทางถึง GEN ที่ 2 แล้ว หลังจากที่ Forerunner 735XT กำเนิดขึ้นในปี 2016 โดยแฟนๆ Garmin ได้รอคอยรุ่นใหม่ๆในตระกลู FR7XX แต่อยู่ๆได้มีการเปิดตัว Forerunner 645 แซงขึ้นมาในช่วงปี 2018 ซึ่งก็ได้รับความนิยมในกลุ่มที่เริ่มจะหันมาจริงจังด้านการวิ่งเช่นเดียวกัน ถือว่าในช่วงนั้นได้ใจแฟนๆเพียงกลุ่มฝึกซ้อมวิ่งเพียงเท่านั้น สำหรับกลุ่มที่ต้องการซ้อมเพื่อลงแข่งไตรกีฬา สุดท้ายแล้วต้องหันไปมองรุ่นบนๆอย่าง Forerunner 9XX อยู่ดี ซึ่งจะแตกต่างกับ Forerunner 735XT ที่เสริมทัพด้วยฟังก์ชั่นโหมดไตรกีฬาเพิ่มเข้ามา ด้วยราคาที่ถูกน่าจับต้อง จึงทำให้การเปิดของ Garmin Forerunner 745 ในปี 2020 นี้ เป็นโอกาสอันดีสำหรับใครหลายๆคนที่เล็งนาฬิกา Garmin ไว้ ต้องหันกลับมาสนใจรุ่นนี้อย่างแน่นอน ด้วยฟังก์ชั่นที่ถือว่ามีความคุ้มค่าที่สุดในบรรดานาฬิกา Garmin 

 

 

Forerunner 745  อาจจะไม่ได้หวือหวากับฟังก์ชั่นที่ดูแปลกใหม่อะไร แต่ถ้ามองโดยรวมแล้วรุ่นนี้ก็เรียกว่าได้นำจุดเด่นของหลายๆรุ่นเข้ามาร่วมไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ทั้งขนาดและดีไซน์ที่เข้ามาเติมเต็มช่องวางให้กับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการนาฬิกาออกกำลังกายในรูปแบบเฉพาะทางอย่างแท้จริง