เมื่อพูดถึง Smart Watch ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ครบเครื่องทั้งในด้านการออกกำลังกาย การติดตามกิจกรรมสุขภาพ และมีฟังก์ชั่นเสริมหรือลูกเล่นต่างๆมากมาย หลายๆท่านก็คงต้องนึกถึงเจ้า Suunto 7 แน่นอนครับ ด้วยความที่เป็นนาฬิกาสายไลฟ์สไตล์ผสมผสานกับการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว ทำให้เจ้าตัวนี้นั้นเปรียบเสมือนผู้ช่วย, เทรนเนอร์ และเพื่อนซี้ของเราไปเลยครับ

 

 

และเมื่อไม่นานมานี้ ทาง Suunto ก็ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์ตัวล่าสุดของ Suunto 7 โดยได้เพิ่มหน้าวิทเจท ในส่วนของการแสดงผลการนับก้าว, แคลอรี่ที่ใช้ไปในแต่ละวัน และจำนวนชั่วโมงที่เราควรจะพักผ่อนก่อนการฝึกซ้อมครั้งต่อไปครับ ซึ่งต่อจากนี้ไป ไม่ว่าเราจะทำการออกกำลังกายจากแอป Suunto หรือเพียงแค่เราสวมนาฬิกาใส่ทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน เราก็สามารถดูค่าก้าวเดิน, แคลอรี่ และจำนวนขั่วโมงในการฟื้นตัวของเราในนาฬิกาได้เลยโดยที่ไม่ต้องเข้าไปที่ Google Fit

 

ครับ  ในวันนี้ผมจึงขออนุญาติมาขยายความกันว่า ค่าแต่ละอย่างมันคืออะไร วัดจากอะไร และเข้าไปดูอย่างไรได้บ้างครับ

 

 

ก้าวเดิน

ความหมายของมันตรงตัว ตามชื่อ อย่างที่เราทราบกันเลยครับ นั่นก็คือการอ้างอิงถึงจำนวนก้าวที่เราได้เดินไปในแต่ละวัน ซึ่งรวมไปถึงจำนวนก้าวในกีฬาบางชนิดที่เราได้ออกกำลังกายไปด้วยครับ ยิ่งจำนวนก้าวมาก เท่ากับเราขยับร่างกายมาก ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายเราแข็งแรงยิ่งขึ้นครับ

 

แล้วมันคำนวนอย่างไรกันละ? 

ในตัวนาฬิกา Suunto นั้นมันจะมีอัลกอริทึ่มที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวและแปลงออกมาเป็นค่าของก้าวเดินด้วย Accelerometer โดยตัวเซ็นเซอร์จะแปลงค่าความเร่งในการขยับของข้อมือเราออกมาเป็นจำนวนก้าว และในเมื่อค่านี้นั้นวัดจากการเคลื่อนไหวของร่างกายของเรา นั่นก็หมายความว่าการนับก้าวนั้นไม่ได้เกี่ยวกับข้อมูล GPS ส่วนความแม่นยำของผลลัพธ์จำนวนก้าวในแต่ละวันอาจแตกต่างกันไป ซึ่งหากเราออกกำลังกายด้วยกีฬาบางชนิด มันก็จะนับก้าวและรวมผลลัพธ์ไปในรายวันให้ด้วย ในขณะที่กีฬาบางชนิดก็ไม่สามารถนับก้าวได้ โดยลิสของกีฬาที่ไม่รวมการนับก้าวนั้นก็จะมี

แอโรบิค, แบดมินตัน, โบวลิ่ง, ชกมวย, เชียร์ลีดเดอร์, Circuit Trainig, ปีนผาจำลอง, การปีนผา, Crossfit, Cross trainer, ปั่นจักรยาน, ปั่นจักรยานในร่ม, เต้น, ยิมนาสติก,การฝึกซ้อมในร่ม, Kettlebell,ไคท์เซิร์ฟ , ศิลปะป้องกันตัว, มอไซค์วิบาก, จักรยานเสือภูเขาโหมดต่างๆ, พาราไกลดิ้ง, แรกเก้ต, โรลเลอร์สกี, ล่องเรือ, เซิร์ฟ, สควอช, การยืดตัว, ปิงปอง, เทนนิส, โหมดกีฬาที่ไม่ได้ระบุ, วอลเลย์บอล, เวทเทรนนิ่ง, วินด์เซิรฟ์, โยคะ/พิลาทิส, พายเรือแคนู, สกีประเภทต่างๆ, พายเรือ, พายเรือในร่ม, พายเรือคายัค, ว่ายน้ำสระปิด, ว่ายน้ำแบบเปิด, Stand up paddling

 

และเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องกล่าวก่อนนะครับว่า ตัววัดจำนวนก้าวหรือ Pedometer แต่ละตัวนั้นก็จะใช้อัลกอริทึ่มในการตรวจจับการเคลื่อนไหวและคำนวนก้าวที่ต่างกันออกไป ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมก้าวเดินบนแอป Google ในนาฬิกา Suunto หรือแม้กระทั่งบนแอปสุขภาพต่างๆในมือถือของเรานั้นถึงได้ต่างกันออกไปครับ

 

แล้วสำหรับค่านี้เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ไหนละ? 

ผลลัพธ์ของจำนวนก้าวในแต่ละวันนั้นสามารถเข้าไปดูได้ที่วิทเจท “วันนี้” และใน “ไดอารี่” บน Suunto App  ซึ่งเราสามารถดูได้ตั้งแต่แบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน จนไปถึงรายปีเลยครับ อีกทั้งเรายังสามารถตั้งเป้าหมายจำนวนก้าวในแอป Suunto ได้อีกด้วยครับ

 

 

แคลอรี่ 

แคลอรี่เป็นหนึ่งในหน่วยพลังงานที่สำคัญที่สุดที่ร่างกายของเราต้องการในการใช้ชีวิตแต่ละวัน ซึ่งไม่เพียงแค่เราต้องทานอาหารให้ได้แคลอรี่ขั้นต่ำตามที่ร่างกายของเราต้องการ แต่เราต้องทานอาหารให้ได้แคลอรี่ที่พอดี เพื่อรักษาอัตราการเผาผลาญและให้พลังงานไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและอวัยวะของเรา ทั้งหมดนี้จึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เจ้า Suunto 7 ของเราจะมาช่วยดูแลให้ครับ

 

แล้วหลักการวัดแคลอรี่ละ วัดจากอะไรกัน?

หลักการทำงานของมันคือตัว Suunto จะคอยประมาณค่าแคลอรี่ที่เราใช้ไปในแต่ละกิจกรรมต่างๆระหว่างวัน โดยอ้างอิงจากค่าสองค่า อย่างแรกคือ BMR หรืออัตราการเผาผลาญพื้นฐาน ซึ่งจะคำนวนจากข้อมูลอายุ เพศ ส่วนสูง น้ำหนักที่เราได้ใส่ไปตั้งแต่แรกในตอนที่เราสมัครแอป Suunto นั่นเอง และหากว่าเราทำการอัพเดตข้อมูลตามความเปลี่ยนแปลงของเราบ่อยๆ ก็จะทำให้การวัดแคลอรี่นั้นแม่นยำยิ่งขึ้นครับ และค่าต่อมาคือ “Active Calories” หรือค่าการเผาผลาญที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย แน่นอนว่าการนับก้าวในแต่ละวันของเรานั้นก็จะถูกคำนวนเป็นแคลอรี่ด้วยเช่นกันครับ

 

เวลาในการฟื้นตัว

เวลาในการฟื้นตัวนั้นคือค่าประมาณการของจำนวนชั่วโมงที่เราจำเป็นต้องพักฟื้นหลังจากที่ได้ออกกำลังกายมา ยิ่งเราออกกำลังกายหนักมากเท่าไหร่ กล้ามเนื้อของเรานั้นก็เกิดความล้าสะสมมากเท่านั้น ชั่วโมงในการฟื้นตัวก็ยิ่งมากขึ้น การที่เราได้ทราบจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้ในการพักฟื้นนั้นจะสามารถช่วยทำให้การออกกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

 

แล้วการพักฟื้นตัวนั้นอ้างอิงจากอะไรกันละ ?

สำหรับการพักฟื้นตัวนั้น ตัวนาฬิกา Suunto จะคำนวนจากแผนการออกกำลังกายและระยะเวลาที่เราใช้ในการออกกำลังกาย ผนวกกับค่าข้อมูลส่วนตัวต่างๆของเรา และตีออกมาเป็นจำนวนชั่วโมงที่จำเป็นต้องพักฟื้น และที่สำคัญคือหากเราทำการออกกำลังกายในครั้งต่อไปแล้วจำนวนขั่วโมงในการพักฟื้นตัวยังไม่เป็น 0 ค่าของการพักฟื้นตัวนั้นจะสะสมเพิ่มขึ้น ยิ่งเราออกกำลังกายใช้งานกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ จะทำให้เวลาในการฟื้นตัวนั้นสะสมเพิ่มมากขึ้นนานเท่านั้น เวลาในการฟื้นตัวจะนับถอยหลังเรื่อยๆเมื่อเราไม่ได้ทำการออกกำลังกาย และเมื่อครบกำหนดที่นาฬิการะบุไว้ ค่านั้นก็จะหายไป เพื่อให้เรารู้ว่าร่างกายเรามีการพักฟื้นเต็มที่แล้วนะ เตรียมพร้อมกับการออกกำลังกายครั้งต่อไปได้เลย เพราะร่างกายเราเป็นสิ่งที่สำคัญ หากเราหักโหมใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปโดยไม่ได้เว้นระยะให้พักฟื้นตัว อาจส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บ และกระทบกับแผนการออกกำลังกายของเราได้ครับ

 

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องทำการพักฟื้นเป็นเวลาเท่าไหร่?

เราสามารถเข้าดูเวลาในการพักฟื้นได้ที่วิทเจท วันนี้ บนนาฬิกาของเรา หรือเข้าไปดูที่ การสรุปผลการออกกำลังกายใน Suunto App จำนวนชั่วโมงพักฟื้นจะแสดงก็ต่อเมื่อเรากดฟังก์ชั่นการออกกำลังกายของ Suunto ในนาฬิกา และทำการออกกำลังกายไปตามปกติครับ (ปุ่มบนสุดด้านขวา)

 

 

ก็จบกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับการแนะนำตัววิทเจ็ทหรือที่ Suunto เรียกว่า Tile ตัวใหม่ จากการอัพเดตครั้งใหม่ ซึ่งการเพิ่มหน้านี้เข้ามานั้นจะช่วยให้เราได้ทราบค่าที่จำเป็นอย่าง ก้าวเดิน แคลอรี่ และการพักฟิ้นโดยที่ไม่ต้องเข้าไปดูใน Google Fit เรียกได้ว่าสะดวกสบายมากๆเลยครับผม หวังว่าบทความตัวนี้จะเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านที่ได้ซื้อเจ้าตัวนี้มาใช้กัน หรือกำลังศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่นะครับ ในครั้งหน้าจะเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร สามารถติดตามที่เว็บไซต์ของเราได้เลยนะครับ